การเฝ้าระวังอาการและดูแลผู้ป่วยสารเสพติดหลังจากการบำบัด

ในกระบวนการบำบัดอาการติดยาเสพติด มีโอกาสที่ผู้ป่วยติดยาเสพติดจะกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำได้ ไม่ใช่เพราะว่าวิธีเลิกยาเสพติดไม่ได้ผล หรือการรักษาอาการติดยาเสพติดล้มเหลว แต่การหวนกลับไปเสพยาซ้ำนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน การเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติดอย่างเหมาะสม จะสามารถช่วยลดและป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดหวนกลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้งได้ สิ่งที่ครอบครัวและผู้ดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติดต้องปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดหันกลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้งคือ

 

การศึกษาและเข้าใจในบุคลิกของผู้ป่วยที่ติดยาเสพติด

บุคลิกส่วนตัวของผู้ป่วยติดยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัดอาการติดยา มีส่วนในการทำให้ผู้เข้ารับการรักษาอาการติดยาคิดหวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีก จากการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยติดยาเสพติดมักจะเป็นคนบุคลิกแบบ Introvert ชอบเก็บตัว จมอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง ชอบพึ่งพิงผู้อื่น กลัวกับการเผชิญหน้า ไม่สามารถรับรู้ถึงคุณค่าในตัวเองได้ ฯลฯ หากผู้ดูแลผู้ป่วยพบว่าผู้ป่วยซึ่งเป็นบุคคลอันเป็นที่รักของตัวเองมีบุคลิกดังกล่าว ก็ควรจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

 

รับรู้และระวังสถานการณ์ที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดการกลับไปเสพยาซ้ำ

ผู้ป่วยติดยาเสพติดมีสาเหตุในการใช้ยาเสพติดต่างกัน บางคนใช้ยาเนื่องจากต้องการให้ตนเองสามารถทำงานได้นานขึ้น บางคนใช้ยาเสพติดเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดหวังในโลกของความจริงเช่น ตกงาน อกหัก ชีวิตคู่หย่าร้าง ครอบครัวกดดัน สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก การสูญเสียสถานะทางสังคม ฯลฯ บางคนติดยาเสพติดโดยไม่ได้ตั้งใจจากการใช้ยาโดยขาดความรู้ ฯลฯ หากผู้ดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติดทราบถึงข้อมูลเหตุผลการใช้ยาเสพติดของผู้ป่วยแล้ว ควรเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ป่วยต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ เหตุการณ์ หรือเรื่องราวนั้นๆ รวมถึงสังคมหรือบุคคลที่จะนำพาให้ผู้ป่วยกลับสู่การเสพยาเสพติดอีกครั้ง เช่น การเที่ยวสถานบันเทิงยามค่ำคืน เพื่อนที่เคยเสพยาด้วยกัน เป็นต้น ควรพาผู้ป่วยที่กำลังเข้ารับการบำบัดอาการติดยา หรืออยู่ในช่วงหลังบำบัดอาการติดยา หลีกเลี่ยงสถานการณ์ สังคม และบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านั้น พร้อมทั้งอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจหากเขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงเหล่านั้น

 

ช่วยผู้ป่วยฝึกลดความตึงเครียด ลดความคาดหวังลง

ผู้ที่เข้ารับการบำบัดอาการติดยา ย่อมมีความเครียด มีความคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จในการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติด หากผู้ป่วยคาดหวังสูงจนเกินไป จะยิ่งเกิดความเครียด ยิ่งถ้าหากผู้ป่วยพบสัญญาณที่จะทำให้ตนเองกลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้ง ผู้ป่วยอาจจะผิดหวังในตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถในการบำบัดอาการติดยา ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ป่วยหวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีกครั้ง ผู้ดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติดควรให้กำลังใจและช่วยผู้ป่วยผ่อนคลายความเครียด และลดความคาดหวังลงด้วยการหากิจกรรมทำร่วมกัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีการพูดคุยให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

 

เข้าใจว่าการกลับไปใช้ยาเพียงหนึ่งครั้งเป็นเพียงความผิดพลาดไม่ใช่ความล้มเหลว

หลังการรักษาอาการติดยาเสพติด ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำได้ ซึ่งในกรณีนี้จะยังไม่ถือว่าผู้ป่วยกลับไปติดยาเสพติดอีกครั้ง หากผู้ป่วยกลับไปใช้ยาเสพติดอีกครั้งให้ผู้ดูแลเปิดใจ พูดคุย ไม่ตำหนิติเตียนหรือว่ากล่าว แต่ควรให้กำลังใจว่านั่นเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ในช่วงที่ผู้ป่วยกำลังรักษาอาการติดยาเสพติด แต่ไม่ใช่เพราะวิธีการเลิกยาล้มเหลว หรือการบำบัดยาเสพติดที่ทำมาทั้งหมดล้มเหลว ให้กำลังใจผู้ป่วยที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่งจนกว่าจะรักษาอาการติดยาได้อย่างเด็ดขาดในที่สุด

 

ปรึกษาสถานบำบัดหากผู้ป่วยกลับไปเสพยาอีกครั้ง

การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในสถานบำบัดหากผู้ป่วยกลับไปใช้ยาเสพติดเพียงครั้งเดียว จะช่วยให้ผู้ดูแลผู้ป่วยยาเสพติด สามารถจัดการรับมือกับปัญหาและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที อย่าลืมว่าคุณเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการรับมือกับผู้ป่วยยาเสพติด เพียงแต่เป็นคนที่ต้องการปกป้องบุคคลอันเป็นที่รักที่หลงผิดในการใช้ยาเสพติดเท่านั้น

 

ในขั้นตอนการบำบัดอาการติดยารวมถึงหลังการบำบัด มีเรื่องราวและปัญหามากมายในที่ทั้งผู้ป่วยและคนรอบข้างของผู้ป่วยต้องเผชิญ สิ่งสำคัญคือการดูแลด้วยความรักความเข้าใจ ให้กำลังใจกันอย่างสม่ำเสมอ เข้าใจและยอมรับความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในขั้นตอนกระบวนการวิธีเลิกยาเสพติด สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ป่วยก้าวผ่านอุปสรรคไม่หันกลับไปติดยาเสพติดอีกครั้งในที่สุด