ความคิดในแง่บวกกับการเลิกยาเสพติด

การโน้มน้าวให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดนั้นเป็นเรื่องดี เท่าๆกับที่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอย่างที่รู้ดีว่า เหตุผลที่บุคคลหนึ่งใช้ยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ก็เพราะว่าการออกฤทธิ์หลอนประสาทและกดประสาทนั้นทำให้ผู้ช่วยคิดว่าตนเองหลุดพ้นจากความทุกข์ สามารถหลีกเลี่ยงความเครียดความกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ทำให้สมองติดยาด้วยหลงคิดว่าเมื่อไหร่ที่ใช้ยาเสพติด จะทำให้ตนเองเกิดความสุข การให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการเลิกยาเสพติด ก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยคิดว่าตนเองจะต้องพบเจอกับความทุกข์ทรมานด้วยภาพการเลิกยาเสพติดที่ต้องใช้ยาเพื่ออาเจียน บางคนถูกมัดมือมัดเท้าก็มี

 

แล้วจะทำอย่างไรได้ ?

สิ่งสำคัญในการโน้มน้าวให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดเข้ารับการรักษาอาการติดยาเสพติด คือการที่คนในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยต้องทำให้ผู้ป่วยมองการเลิกยาเสพติดในแง่บวก และเห็นว่าการเลิกยาเสพติดนั้นจะช่วยทำให้ร่างกายและจิตใจรวมถึงชีวิตโดยรวมของผู้ป่วยดีขึ้นไอย่างแท้จริง มิใช่การหลอกตัวเองเหมือนดังเช่นในชั่วขณะที่ใช้ยาเสพติด ซึ่งคนในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยต้องทำดังนี้

 

ชี้ให้เห็นถึงผลเสียของการติดยาเสพติด

โดยผู้โน้มน้าวอาจจะขอคำปรึกษาจากสถานที่เลิกยาเสพติดที่ไว้ใจได้หรือน่าเชื่อถือ เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม เพื่อจะได้สื่อสารให้กับผู้ป่วยติดยาเสพติดได้เห็นว่าการที่เขานั้นยังใช้ยาเสพติดต่อไปเรื่อย ๆ จะส่งผลเสียกับตัวเขาเองอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นร่างกายที่ทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ และอาจจะเกิดโรคร้าย เช่นการใช้สารระเหยที่ทำลายปอด หัวใจ และอวัยวะภายใน อาจจะทำให้เกิดโรคสมองพิการถาวร หรือการดื่มสุราในปริมาณมากทำให้เกิดโรคตับแข็ง มือสั่นตัวสั่นเป็นต้น ในด้านจิตใจจะทำให้อารมณ์แปรปรวนเป็นที่หวาดกลัวแก่ผู้พบเห็น ทั้งยังทำให้ร่างกายมีกลิ่นเหม็น ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น เป็นที่รังเกียจของสังคม และอาจจะทำให้ตกงาน ขาดรายได้ด้วย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ต้องเป็นข้อมูลที่ชัดเจน และถูกต้อง จึงจะทำให้ผู้ป่วยสามารถคล้อยตามได้

 

บอกแนวทางการรักษาที่ชัดเจน

เมื่อชี้ให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดเห็นถึงข้อเสียแล้ว จากนั้นจึงบอกถึงแนวทางในการที่จะพาผู้ป่วยเข้าสู่การบำบัดยาเสพติด ฟื้นฟูสมรรถภาพที่ชัดเจน จะพาผู้ป่วยไปบำบัด ณ สถานที่ใด ขั้นตอนการบำบัดยาเสพติดเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้บำบัดให้ ใช้ระยะเวลาในการบำบัดยาเสพติดนานเท่าไหร่จึงจะสิ้นสุด ผู้ป่วยจะพบเจอกับสิ่งใดบ้างในขั้นตอนการบำบัด ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ผู้ป่วยสามารถเตรียมตัวเตรียมใจ ไม่เกิดความกังวลหรือหวาดกลัวที่จะเข้ารับการบำบัดยาเสพติด ซึ่งก่อนจะได้ข้อมูลนี้มา ญาติที่ผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยต้องติดต่อสอบถามและตัดสินใจให้ชัดเจนในการเลือกสถานที่บำบัดยาเสพติดที่ตนเองไว้ใจ โดยอาจจะดูจากมาตรฐานต่างๆ และการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของสถานที่เลิกยาเสพติดนั้นๆ โดยตรง

 

ชี้ให้เห็นถึงข้อดีเมื่อประสบความสำเร็จในการบำบัดยาเสพติด

เมื่อรู้ถึงข้อเสียและกระบวนการบำบัดยาเสพติดอย่างชัดเจนแล้ว ควรให้ผู้ป่วยเห็นภาพของข้อดีที่จะเกิดขึ้นหากว่าเขาสามารถบำบัดยาเสพติดได้เป็นผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกายที่จะได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพกลับมาแข็งแรง สภาพจิตใจที่จะดีขึ้น รู้สึกดีกับตัวเอง ไม่เป็นที่รังเกียจของสังคม มีร่างกายและจิตใจที่พร้อมจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขอีกครั้ง และจบสิ้นการทำร้ายตัวเองด้วยยาเสพติดเสียที เป็นการช่วยผู้ป่วยให้สามารถวางเป้าหมายที่ชัดเจนในการเลิกยาเสพติด

New call-to-action

นอกเหนือจากการอธิบายข้อเสียของการติดยาเสพติด ขั้นตอนการบำบัด และชี้ให้เห็นข้อดีที่จะเกิดขึ้นเมื่อเลิกยาเสพติดแล้ว กำลังใจและความเชื่อมั่นในตัวผู้ป่วยก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องการและจะทำให้ผู้ป่วยมองเห็นข้อดีในการเลิกยาเสพติดได้ในที่สุด เมื่อผู้ป่วยมองการเลิกยาเสพติดในแง่บวกแล้ว เขาก็จะพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการบำบัดยาเสพติด เพื่อนำพาชีวิตที่ดีกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง