วิธีการดูแลเมื่อผู้ป่วยมีอาการอยากยาและอาการลงแดง

ดูแลผู้ป่วยลงแดง1

เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติด ผู้ป่วยติดยาเสพติด ต้องลดปริมาณการใช้ยาเสพติดลง หรือต้องหยุดยาเสพติด อาการที่จะตามคืออาการอยากยาและอาการขาดยาหรือที่เรียกว่าลงแดง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นระหว่างการบำบัดยาเสพติด อาการอยากยาและอาการขาดยาหรือลงแดงจะไม่เหมือนกันซะเลยทีเดียว

อาการขาดยาจะเกิดขึ้นในระหว่างการบำบัดยาเสพติดที่ผู้ป่วยติดยาเสพติดลดปริมาณการเสพยาลง ทำให้เกิดอาการขาดยา หรือได้ยาไม่เท่ากับที่ร่างกายต้องการ อย่างที่ทราบกันดีว่า ยาเสพติดนั้นเมื่อเสพไปเรื่อย ๆ ร่างกายจะมีความต้องการในปริมาณที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อผู้เสพลดปริมาณลง จึงฝืนกับความต้องการของร่างกาย ทำให้เกิดอาการขาดยาหรือเรียกอีกอย่างว่าลงแดง โดยผู้ป่วยติดยาเสพติดจะมีอารกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ เกิดความเครียด คลื่นไส้อาเจียน ดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนอาการอยากยา จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยติดยาเสพติดไม่ได้รับยาเสพติดสำหรับเสพอีกต่อไป เหมือนคนอยากกินข้าวแล้วไม่ได้กิน จึงเกิดความเครียด มีความต้องการที่จะเสพยา ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว บางคนควบคุมความอยากไม่ได้จนทุรนทุรายหรือหวนกลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้งก็มี

จะทำอย่างไรเมื่อผู้ป่วยเกิดอาการดังกล่าว ?

Drug addiction22

คงต้องยอมรับว่าภาระหนักอึ้งนั้นจะตกเป็นของผู้ดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติด หากผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดในสถานบำบัด ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเมื่อเกิดอาการขาดยาหรืออยากยา แต่หากผู้ที่ดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติดเป็นคนในครอบครัว ทางภูฟ้าเรสท์โฮมเองก็มีข้อแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยเมื่อมีอาการอยากยาหรืออาการขาดยา

  • ทำความเข้าใจ

สิ่งสำคัญอันดับแรกคือผู้ดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติดต้องเข้าใจก่อนว่า อาการอยากยาและอาการขาดยาเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยติดยาเสพติด โดยเป็นอาการที่เกิดขึ้นตามขั้นตอน มิใช่เกิดขึ้นเพราะผู้ป่วยไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ หรือผู้ป่วยไม่อยากเข้ารับการบำบัด

  • สังเกตอาการอย่างของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

ผู้ป่วยติดยาเสพติดที่มีอาการขาดยาหรืออยากยาจะมีอาการกระวนกระวาย เคร่งเครียด กระสับกระส่ายนอนไม่หลับ ในผู้ป่วยที่มีอาการขาดยาจะมีอาการลงแดงร่วมด้วย ซึ่งจะแสดงออกมาให้เห็นคือผู้ป่วยจะมือสั่น ใจสั่น หงุดหงิด ความดันสูง เดินไปมาเหมือนหนูติดจั่น โดยอาการจะแสดงให้เห็นอย่างรุนแรงหลังหยุดยาประมาณ 24 – 36 ชั่วโมง

  • อยู่เป็นเพื่อนและให้กำลังใจ

เมื่อเกิดอาการอยากยาหรือขาดยา สมองของผู้ป่วยติดยาเสพติดจะหวนกลับไปคิดถึงการเสพยาเสพติดและพยายามจะกลับไปเสพยาเสพติด สิ่งสำคัญคือผู้ดูแลผู้ป่วยต้องอยู่ข้าง ๆ คอยให้กำลังใจ เพื่อให้ผู้ป่วยมีสติ และสามารถยับยั้งความต้องการนั้นให้ได้

  • หากิจกรรมให้ผู้ป่วยทำ

Drug addiction33

การทำกิจกรรมที่ผู้ป่วยสนใจหรือกิจกรรมที่มีความสนุกสนาน จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ป่วยออกจากการนึกถึงยาเสพติดหรือนึกถึงช่วงเวลาในการเสพยาเสพติด ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดยาเสพติดและครอบครัวอีกด้วย สถานบำบัดยาเสพติดหลายที่เองก็ใช้กิจกรรมในการบำบัดอาการติดยาเสพติดเช่นกัน

  • พาผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น

ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติด ควรช่วยผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าหรือตัวกระตุ้นที่จะทำให้ผู้ป่วยหวนนึกถึงการเสพยาเสพติด เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยคิดถึงตอนเสพยาเสพติดอีก

  • ไม่ตำหนิเมื่อผู้ป่วยทำไม่สำเร็จ

การบำบัดอาการติดยาเป็นขั้นตอนที่ผู้ป่วยติดยาเสพติดต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดัน และผู้ป่วยอาจจะเกิดความล้มเหลว ต้องเริ่มต้นใหม่ สิ่งสำคัญคือผู้ดูแลผู้ป่วยต้องไม่ตำหนิ หรือแสดงอาการไม่พอใจใส่ผู้ป่วย เพราะจะทำให้ผู้ป่วยหมดกำลังใจ ตำหนิตัวเอง และหวนกลับไปพึ่งพายาเสพติดเพื่อช่วยให้ลืมความทุกข์อีก

การดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติดในช่วงที่มีอาการขาดยาและอยากยาต้องใช้ความเข้าใจและความอดทนของผู้ที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติดเป็นอย่างมาก ซึ่งหากผู้ป่วยผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปได้ ก็ผู้ป่วยก็จะสามารถประสบความสำเร็จในการบำบัดอาการติดยาเสพติดได้ในที่สุด