รูปแบบการรักษาของภูฟ้าโดย การใช้ CBT (Cognitive Behavioral Therapy)

CBT (Cognitive Behavioral Therapy) คือการบำบัดพฤติกรรม ความคิดในแง่ลบด้วยการปรับเปลี่ยนความคิด มีงานวิจัยที่ระบุและแสดงให้เห็นว่า CBT มีประสิทธิภาพในการใช้บำบัดอาการทางจิตเวช และใช้ในการแก้ไขปัญหาทางพฤติกรรม การควบคุมอารมณ์ ปัญหาความสัมพันธ์ที่เกิดจากความคิดและพฤติกรรมในแง่ลบ ฯลฯ

 

ทำไมต้องใช้ CBT และ CBT สามารถช่วยบำบัดผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดได้อย่างไร?

ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่ทำให้บุคคลหนึ่งเข้าสู่วังวนของการติดสารเสพติด เกิดจากความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมทางแง่ลบ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เช่นการคิดว่าตนเองไม่มีคุณค่า ไม่ได้รับการยอมรับ ทำให้เกิดความทุกข์ความเสียใจ จึงใช้ยาเสพติดในการแก้ปัญหา หรือการที่บุคคลนั้นเกิดความเครียดความกดดันในการทำงาน ไม่สามารถหาทางออกได้ จึงหันเหไปพึ่งยาเสพติด แทนการพยายามจัดการกับความเครียดหรือปล่อยวาง หรือปรับพฤติกรรมที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนมากกว่า แสดงให้เห็นว่าความคิดในแง่ลบเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บุคคลเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือใช้ยาเสพติด

 

ซึ่ง CBT จะถูกนำมาใช้ในการปรับเปลี่ยนความคิดในแง่ลบ โดยจิตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอาการของผู้ป่วยเพื่อวางแผนการรักษา เนื่องจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอาการติดยาเสพติดแต่ละคนจะมีระดับความรุนแรงทางด้านความคิดและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน รวมถึงระยะเวลาที่ใช้สารเสพติด และประเภทของสารเสพติดที่ใช้ ซึ่งจะออกฤทธิ์แตกต่างกัน ในผู้ป่วยที่เข้ารับบำบัดอาการติดยาที่มีความคิดแง่ลบมากๆ หรือความคิดในแง่ลบนั้นเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีใสมองร่วมด้วย จิตแพทย์ของทางภูฟ้าเรสท์โฮมจะใช้ยาร่วมด้วย เพื่อปรับสารเคมีในสมองของผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดอาการติดยาให้เป็นปกติ จึงสรุปขั้นตอนการบำบัดอาการติดยาด้วย CBT ได้ว่า จะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนคือ

New call-to-action

ขั้นเริ่มต้น

ประเมินและวินิจฉัยความคิดและพฤติกรรมโดยแพทย์ เพื่อหาสาเหตุความทุกข์ ความคิดในแง่ลบ ปัญหาต่างๆที่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอาการติดยาเสพติดเผชิญด้วยจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัดที่เชี่ยวชาญ และผ่านการอบรมเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาตามแนวทางของ CBT อย่างถูกต้อง

 

ขั้นบำบัดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิด

ด้วยแนวทางที่ว่าความคิดทำให้เกิดพฤติกรรม หากผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดอาการติดยาคิดอย่างไรก็จะทำตามแนวทางของความคิดนั้น เช่นหากผู้ป่วยคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ก็จะไม่ทำสิ่งดีๆให้ใคร รวมถึงไม่ทำสิ่งดีๆเพื่อตัวเอง เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่สมควรได้รับสิ่งดีๆ ผู้ป่วยก็จะหันไปพึ่งยาเสพติดแทน เป็นกลไกของความคิดที่ทำให้เกิดพฤติกรรมในแง่ลบ และเป็นคำตอบที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมบางคนรู้ว่ายาเสพติดไม่ดีแล้วยังเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ดีพอที่จะได้รับสิ่งดีๆ จึงเลือกสิ่งไม่ดีให้กับตนเองแทน

 

ขั้นให้คำปรึกษากับครอบครัว

ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของทุกคน และครอบครัวเองก็มีส่วนเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหายาเสพติดเช่นกันนอกจากปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดอาการติดยาแล้ว จำเป็นต้องบำบัดความคิดและพฤติกรรมของคนในครอบครัวด้วย เช่น พ่อแม่ที่เสพติดความสมบูรณ์แบบ จนทำให้ไม่สามารถยอมรับความผิดพลาดของลูกได้ ลูกจึงเกิดความกดดัน เครียดกับการใช้ชีวิตการเรียน ทำให้เข้าสู่วงเวียนการเสพยาเสพติด หากไม่ปรับความคิดและพฤติกรรมของพ่อแม่ด้วย เมื่อลูกบำบัดอาการติดยาและออกจากสถานบำบัดอาการติดยาเสพติดแล้วกลับเข้าสู่ครอบครัวที่พ่อแม่ยังมีความคิดแบบเดิมๆ ก็จะเข้าสู่วังวนความเครียดและความกดดันจนนำพาไปสู่การหวนกลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้งได้

ข้อดีของ CBT คือ เป็นการบำบัดความคิดและพฤติกรรมที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมได้ในระยะยาว เมื่อความคิดเปลี่ยน พฤติกรรมก็เปลี่ยน หากผู้ป่วยที่เข้ารักษาอาการติดยาเสพติดสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมและทำพฤติกรรมใหม่ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นเป็นระยะเวลานานมากพอ ก็จะติดเป็นนิสัย จากคนที่เคยคิดลบมาตลอด ก็จะกลายเป็นคนคิดบวก มองเห็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับตนเอง มองเห็นโอกาส และมองเห็นความดีในตัวเอง รู้ว่าตนเองนั้นคู่ควรกับสิ่งดีๆ ก็จะคิดดีทำดี มีจิตใจที่เข้มแข็งพอที่จะปฏิเสธการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะรู้แล้วว่าตัวเองดีพอที่จะไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่ง CBT เป็นอีกหนึ่งกระบวนการบำบัดที่ภูฟ้าเรสท์โฮมใช้ในการบำบัดผู้เข้ารับการรักษาอาการติดยาเสพติดอย่างได้ผลแท้จริง